๑๒ สิงหาคม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นวันแม่แห่งชาติ
๑๒ สิงหาคม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นวันแม่แห่งชาติ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทรเจ้า คณะกรรมการสภาสถาบัน คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ ๓
..
๑๒ สิงหาคม ๒๔๗๕ ในสมัยรัชกาลที่ ๗
(หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๑ เดือน ๑๙ วัน)
สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพ
ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามที่ ๖
ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร
อันเป็นบ้านของพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์
(หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) พระอัยกา (ตา)
มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
เป็นพระธิดาในหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร
(ภายหลังคือพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ)
กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์)
“สิริกิติ์” ได้รับพระราชทานจาก
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”
เรียกโดยลำลองว่า “คุณหญิงสิริ”
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาล
ที่โรงเรียนราชินี และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์
คอนแวนต์ จนถึงชั้นมัธยมศึกษา
อายุ ๑๓ ปี ได้ตามเสด็จพระบิดาซึ่งดำรงตำแหน่ง
อัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซนต์เจมส์
ณ ประเทศอังกฤษ เดนมาร์ก และฝรั่งเศสตามลำดับ
ขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ก็ยังคงเรียนเปียโน
และตั้งใจจะศึกษาต่อในวิทยาลัยการดนตรี
ที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีสจนจบ
ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
ได้มีโอกาสรับเสด็จรัชกาลที่ ๙ ขณะนั้นทรงศึกษาต่อ
ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์
ซึ่งพระองค์เสด็จประพาสกรุงปารีส
เพื่อทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์
ทั้งนี้เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
โปรดการดนตรีเป็นพิเศษ ขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
ก็สนใจศิลปะเช่นกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ขึ้น
๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๒
ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นการภายใน
ขณะหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ อายุ ๑๖ ปีเศษ
๒๘ เมษายน ๒๔๙๓
มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม
โดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นองค์ประธาน
และทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเป็น
สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พร้อมทั้งพระราชทาน
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณ
รุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนา
ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
ขณะมีพระชนมพรรษา ๑๗ ปี ๘ เดือน ๒๓ วัน
๕ เมษายน ๒๔๙๔
มีพระประสูติกาล ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน
๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๕
มีพระประสูติกาล ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐
๒ เมษายน ๒๔๙๘
มีพระประสูติกาล “กรมสมเด็จพระเทพฯ”
๒๒ ตุลาคม – ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ (๑๕ วัน)
ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ในระหว่างที่รัชกาลที่ ๙ ทรงพระผนวช
๕ ธันวาคม ๒๔๙๙
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธย
เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”
นับว่าทรงเป็นสมเด็จพระพระบรมราชินีนาถ
พระองค์ที่ ๒ ในประเทศไทย
๔ กรกฎาคม ๒๕๐๐
มีพระประสูติกาล “กรมพระศรีสวางควัฒน”
___________
ในตอนปลายแผ่นดินรัชกาลที่ ๙
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลาเช้าตรู่
ขณะพระชนมพรรษาปีที่ ๘๕ ทรงเวียนพระเศียร
และเซขณะทรงออกพระกำลัง เนื่องจากประสบ
ภาวะพระสมองขาดเลือด จึงทรงงดเว้นพระราชกิจ
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙
ทรงปรากฏพระองค์อีกครั้งขณะเสด็จฯ ตาม
พระบรมศพรัชกาลที่ ๙ จากโรงพยาบาลศิริราช
ณ โดยทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ
๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๑๐
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ
โปรดเฉลิมพระนามาภิไธยตามโบราณราชประเพณีว่า
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
๗ กันยายน ๒๕๖๒
เสด็จฯไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สภากาชาดไทย ตราบจนสวรรคต
โดยสำนักพระราชวังประกาศว่า ทรงพระประชวร
ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ แม้คณะแพทย์
จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ
แต่พระอาการประชวรทรุดหนักลงตามลำดับ
จนเสด็จสวรรคตเมื่อเวลา ๒๑.๒๑ น.
ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘
สิริพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา ๒ เดือน ๑๒ วัน











